ข้อกำหนดและเงื่อนไขการขายของ RS

All orders are accepted by RS subject to the Terms and Conditions of Sale set out below:

เงื่อนไขข้อตกลงในการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย ปี 2551 ฉบับปรับปรุงแก้ไขครั้งที่ 1

1. บททั่วไป

1.1 บริษัท RS Components จำกัด (“RS”) จะรับคำสั่งซื้อสินค้า(“สินค้า”) หรือบริการ (“บริการ”) ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายดังระบุข้างล่างนี้ โดยบุคคลซึ่งมีคำสั่งซื้อสินค้าหรือบริการจาก RS (“ลูกค้า”) จะมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขและข้อตกลงดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ การจัดหาสินค้าและการบริการโดย RS จะไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงอื่นใดเว้นเสียแต่ว่าจะมีการยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้มีอำนาจของ RS สำหรับคำสั่งซื้อของลูกค้าถือเป็นเอกสารหลักฐานที่มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการแจ้งวันที่จัดส่ง ปริมาณ ตลอดจนการระบุปลายทางและคำสั่งการจัดส่งเท่านั้น ดังนั้น ข้อกำหนดใดๆ ในคำสั่งซื้อของลูกค้า (หรือเอกสารและการสื่อสารอื่นๆ) ที่ไม่สอดคล้องกับหรือเป็นส่วนขยายเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงดังระบุในเอกสารฉบับนี้ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง RS และลูกค้า หรือไม่มีภาระผูกพัน RS แต่อย่างใด เว้นเสียแต่ว่า RS จะให้ความยินยอมไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ในการนี้ RS ขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข ปรับปรุงเงื่อนไขและข้อตกลงดังกล่าวได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่เงื่อนไขและข้อตกลงฉบับที่ได้รับ การแก้ไขปรับปรุงล่าสุดไว้ที่ www.rsthailand.com โดยเงื่อนไขและ ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งอาจมีการแก้ไขปรับปรุงเป็นระยะๆ นั้นถือเป็นสาระสำคัญที่ประกอบกันขึ้นเป็นสัญญาทั้งฉบับที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเพื่อซื้อ-ขายสินค้าและบริการที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนั้นๆ อีกทั้งยังเป็นข้อกำหนดที่นำมาใช้แทนหรือมีผลให้การสื่อสาร การเสนอ ความเข้าใจ ข้อตกลง และการเจรจาต่อรองกันซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นโมฆะ นอกจากนี้ การอ้างอิงถึง “แคตตาล็อกของ RS” นั้นมีความหมายครอบคลุมไปถึงแคตตาล็อกของ RS ที่จัดทำขึ้นในรูปของกระดาษเว็บไซต์ของ RS ตลอดจนแคตตาล็อกอื่นใดที่ RS จัดทำขึ้นในรูปของสื่อใดๆ
1.2 คำอธิบายสินค้าและบริการที่ปรากฏในแคตตาล็อกของ RS หรือที่มีการสื่อสารไปยังลูกค้านั้นเป็นข้อมูลโดยสังเขปเท่านั้นและไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่บริษัทฯ จะทำกับลูกค้า ดังนั้น RS จึงไม่จำเป็นต้องรับผิดต่อลูกค้าหากมีข้อผิดพลาดในแคตตาล็อกหรือแคตตาล็อกมีรายละเอียดไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ การโฆษณาสินค้าละบริการในแคตตาล็อกของ RS ไม่ถือเป็นการให้ข้อเสนอที่จะได้รับการตอบรับอย่างแน่นอน โดยถือ
เป็นข้อมูลที่ RS ใช้ในการเชื้อเชิญลูกค้าเพื่อให้ข้อเสนอในภายหลัง
1.3 สินค้าที่มีรหัสในลักษณะ ‘250xxxxxxx’ กำกับอยู่ หรือมีคำว่า ‘ER’ นำหน้านั้นเป็นสินค้า RS ไม่ได้สำรองไว้ในคลังสินค้า (ถือเป็นสินค้าหมวด “Extended Range”) ดังนั้น ข้อกำหนดใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าหมวด Extended Range จะถือเป็นที่สุดและมีผลบังคับใช้เหนือข้อกำหนดอื่นใดที่ไม่สอดคล้องกัน
1.4 RS เป็นผู้จัดหาสินค้าและบริการในลักษณะองค์กรธุรกิจสององค์กรธุรกิจ โดยแคตตาล็อกของ RS เป็นสื่อที่จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรธุรกิจ มิใช่ผู้บริโภคหรือบุคคลใดๆ


2. ราคา

2.1 ราคาสินค้าและบริการเป็นไปตามที่ระบุไว้ในแคตตาล็อกของ RS ซึ่งเป็นราคาที่ใช้ ณ วันที่จัดส่งสินค้าหรือวันที่ให้บริการ สินค้าที่ไม่อยู่ในรายการแคตตาล็อกของ RS จะจำหน่ายในราคาที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาของ RS ทั้งนี้ ราคาทั้งหมดไม่รวมค่าธรรมเนียมสินค้าและบริการ ตลอดจนภาษีอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันนี้ และ RS ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงราคาได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า ตรวจสอบราคาอัพเดทได้ที่ www.rsthailand.com


3. การสั่งสินค้า

3.1 RS ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธในการทำการค้ากับบริษัทหรือบุคคลใดๆ และปฏิเสธที่จะตอบรับคำสั่งซื้อใดๆ
3.2 ในกรณีสินค้าที่สั่งซื้อมีรุ่นใหม่ออกมาแทนที่ RS อาจจัดสินค้ารุ่นใหม่ดังกล่าวให้กับลูกค้าแทนรุ่นทีสั่ง หากลูกค้าประสงค์จะยืนยันการสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์ หรืออินเตอร์เน็ต ในการยืนยันนั้นต้องระบุข้อความ “เพื่อการยืนยันเท่านั้น” เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าโดยระบุรายการหรือปริมาณผิดพลาด หรือเกิดการสั้งซื้อที่ซ้ำซ้อน ให้ปฏิบัติตามข้อ 12
3.3 ข้อเสนอหรือราคาใดๆ ที่ RS เสนอให้กับลูกค้านั้นจะมีผลยืนราคา 30 วันนับจากวันเสนอราคา เว้นเสียแต่ว่าจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ RS อาจยกเลิกข้อเสนอหรือราคาได้ทุกเมื่อก่อนที่ RS จะตอบรับคำสั่งซื้อใดๆ ที่ลูกค้าสั่งเข้ามายัง RS


4. การจัดส่ง

4.1 RS มีความมุ่งมั่นที่จะจัดส่งสินค้าให้ตามที่ระบุไว้ในคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการจัดส่งและราคาในการจัดส่งสินค้า ได้จากเว็บไซต์ของ RS นอกจากนี้ RS จะแจ้งรายละเอียดดังกล่าวให้ลูกค้าทราบ ณ วันที่สั่งซื้อสินค้าด้วย ในการนี้บริษัทฯ จะจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า ตามที่อยู่ทางธุรกิจที่ใช้ตามปกติ เว้นเสียแต่ว่าจะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นโดยระบุขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร
4.2 เวลาและวันที่ในการจัดส่งสินค้าที่ระบุไว้ในแคตตาล็อกของ RS หรือที่พนักงานของ RS แจ้งให้ทราบนั้นเป็นการประมาณการเท่านั้น ดังนั้น RS จึงจะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นหากการจัดส่งสินค้าช้ากว่าวันที่ประมาณการไว้ และเวลาในการจัดส่งไม่ควรเป็นรายละเอียดที่ต้องยึดถือเป็นสำคัญ นอกจากนี้ การจัดส่งสินคาที่ระบุไว้ในแคตตาล็อกและจำเป็นต้องมีระเบียบวิธีในการจัดการเป็นพิเศษอาจใช้เวลาในการจัดส่งมากขึ้น (เนื่องจากลักษณะของสินค้านั้น)
4.3 หากการจัดส่งสินค้าล่าช้า ลูกค้าจะต้องแจ้งให้ RS ทราบ โดย RS จะพยายามตรวจสอบว่าได้จัดส่งสินค้าดังกล่าวออกไปแล้วหรือไม่ หรือเวลาที่คาดว่าจะส่งสินค้าดังกล่าวไปยังลูกค้าคือเมื่อใด นอกจากนั้น RS อาจพิจารณา คืนค่าธรรมเนียมการจัดส่งทั้งหมดให้แก่ลูกค้า ในกรณีที่เวลาส่งสินค้าที่เปลี่ยนใหม่ไม่เป็นที่ยอมรับ RS อาจ พิจารณาเสนอทางเลือกอื่นในการจัดส่งสินค้า RS อาจแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า RS จะสามารถดำเนินการจัดส่งสินค้าในหมวด Extended Ranged ลูกค้าสั่งซื้อได้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในเอกสารหรือไม่ และอาจเสนอทางเลือกอื่นให้ตามความเหมาะสมถ้าเป็นไปได้ แนวทางเหล่านี้เป็นวิธีการแก้ไขการจัดส่งสินค้าล่าช้าที่ RS เสนอให้แก่ลูกค้าโดยเฉพาะ
4.4 ในกรณีที่ต้องจัดส่งสินค้าเป็นงวดๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด RS จะพิจารณาแบ่งสินค้าที่ต้องจัดส่งตามสมควร โดยคำนึงถึงวันกำหนดส่งที่ลูกค้าต้องการถ้าสามารถทำได้ สินค้าแต่ละงวดจะใช้สัญญาคนละฉบับ โดย RS อาจพิจารณาเลือกจัดส่งสินค้าบางส่วนเว้นเสียแต่ว่าได้ตกลงกับลูกค้าไว้เป็นอย่างอื่นโดยเฉพาะ
4.5 หากลูกค้าไม่ยอมรับสินค้าที่จัดส่ง หรือไม่ได้ให้คำแนะนำในการจัดส่งสินค้ามาอย่างเพียงพอ RS อาจดำเนินการ
ดังต่อไปนี้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิหรือแนวทางการแก้ไขของตน
  (i) จัดส่งสินค้าด้วยวิธีการที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด โดยให้ลูกค้าเป็นผู้รับความเสี่ยงและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง หรือ
  (ii) เก็บรักษาสินค้าโดยให้ลูกค้าเป็นผู้รับความเสี่ยงและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง หรือ
  (iii) ถือว่าสัญญาถูกบอกเลิกแล้ว โดยส่งหนังสือแจ้งแก่ลูกค้า


5. การตรวจรับ ความล่าช้าในการขนส่ง และการส่งกลับ

5.1 ลูกค้าจะต้องตรวจสอบสินค้าทั้งหมดภายในเวลาที่เหมาะสม หลังจากได้รับสินค้า และจะต้องแจ้งให้ RS ทราบ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร หากเกิดกรณีดังต่อไปนี้ภายใน 10 วันหลังจากวันส่งสินค้า ยกเว้นกรณีที่ (4) จะ
ต้องแจ้งให้ทราบภายในวันที่ถึงกำหนดจัดส่งสินค้า
  (1) ความบกพร่องใดๆ ในสินค้าซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากการตรวจสอบอย่างเหมาะสม ในกรณีเช่นนี้ RS จะจัดส่งสินค้าทดแทนให้ หรือคืนเงินตามราคาที่มีการซื้อขาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ RS
  (2) จำนวนสินค้าที่จัดส่งไม่ตรงตามจำนวนที่สั่งซื้อ ในกรณีเช่นนี้ RS จะจัดส่งสินค้าที่ขาดให้ตามจำนวน หรือคืนเงินตามราคาของสินค้าาที่ไม่ได้จัดส่ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ RS
  (3) การจัดส่งสินค้าไม่เป็นตามคำสั่งซื้อ ในกรณีเช่นนี้ RS จะจัดส่งสินค้าทดแทนให้หรือคืนเงินตามราคาที่มีการซื้อขาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ RS
  (4) หากไม่มีการจัดส่งสินค้า (กำหนดเวลาคือภายใน 10 วันหลังจากวันส่งสินค้าออก) ในกรณีนี้ RS จะส่งสินค้าที่
ยังไม่ได้ทำการจัดส่งหรือคืนค่าสินค้าที่ยังไม่ได้จัดส่งให้แก่ลูกค้า
5.2 หากไม่มีการแจ้งความบกพร่องใดๆ ข้างต้นมายังบริษัทฯ จะถือว่าลูกค้ายอมรับสินค้าที่ส่งมอบตามคำสั่งซื้อของลูกค้าและยอมรับว่าสินค้าดังกล่าวปราศจากความบกพร่องที่ปรากฏทั้งปวง
5.3 วิธีการข้างต้นเป็นแนวทางแก้ไขที่กำหนดขึ้นเพื่อให้บริการลูกค้าเฉพาะในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังอธิบายไว้ในข้อ (1) ถึง (4) ข้างต้น RS จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย (ความสูญเสียที่เป็นผลสืบเนื่องหรือความสูญเสียอื่นๆ) ความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากความประมาทเลินเล่อหรือการกระทำในลักษณะอื่นใดของ RS ตลอดจนลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้รับเหมาช่วงของ RS หรือไม่ก็ตาม


6. การชำระเงิน

6.1 ในกรณีที่ RS ไม่ได้ให้เครดิตแก่ลูกค้า เงื่อนไขการชำระเงินจะกำหนดให้เป็นการชำระเงินล่วงหน้าก่อนการจัด
ส่งสินค้า โดยจะต้องชำระเงินด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
  (i) การโอนเงินผ่านธนาคาร
  (ii) การชำระด้วยเช็ค (จะต้องนำเช็คไปขึ้นเงินก่อนการจัดส่งสินค้า)
6.2 RS มีข้อเสนอเครดิตให้แก่ลูกค้า (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคคลอ้างอิงที่เหมาะสมและดุลยพินิจของ RS แต่เพียงผู้เดียว)
ในกรณีที่ RS ให้เครดิตแก่ลูกค้า กำหนดเงื่อนไขการชำระเงินตามมาตรฐานคือ 30 วันนับจากวันที่ระบุในใบเรียกเก็บเงิน การชำระเงินทั้งหมดจะต้องไม่เป็นไปในลักษณะของการหักลบกลบหนี้ การหักเก็บไว้ หรือการแย้งสิทธิแต่อย่างใด
6.3 หากข้อตกลงที่จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ลูกค้าจะต้องชำระเงิน
  (i) ด้วยการโอนเงินผ่านระบบโทรเลข โดยจะต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบเรียกเก็บเงินและ
เป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมธนาคารทั้งหมดเอง หรือ
  (ii) ใบสั่งจ่ายหรือเช็คธนาคารที่สามารถเบิกถอนได้จากธนาคารไทย (เป็นสกุลเงินบาท) หรือ
  (iii) เลตเตอร์ออฟเครดิตประเภทเพิกถอนไม่ได้ ในกรณีที่ RS เห็นชอบให้ชำระเงินด้วยวิธีนี้
6.4 ในกรณีที่ลูกค้าไม่ชำระเงินตามกำหนดการชำระเงิน
  (i) อาจคิดดอกเบี้ยสำหรับค่าสินค้าที่ยังไม่ได้ชำระและค่าสินค้าค้างจ่ายจากลูกค้า โดยเริ่มคำนวณจากวันครบกำหนดชำระเงินไปจนถึงวันที่ลูกค้าชำระเงินครบ เต็มจำนวน (ไม่ว่าก่อนหรือหลังการพิจารณาตัดสิน) ตามอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารร้อยละ +1 ต่อเดือน
  (ii) อาจคิดค่าธรรมเนียมทางกฎหมายจากลูกค้าในกรณีที่เราไม่สามารถเรียกเก็บ ค่าสินค้าที่ลูกค้ายังไม่ได้ชำระและจำเป็นต้องฟ้องร้องคดีตามกฎหมาย
  (iii) ระงับการส่งสินค้าหรือบริการตามสัญญานั้นหรือสัญญาฉบับอื่นๆ ตราบใดที่ลูกค้ายังไม่ชำระเงินค่าสินค้า
  (iv) ถือว่าลูกค้าบอกเลิกสัญญานั้นและสัญญาฉบับอื่นๆหากลูกค้าไม่ชำระเงินค้างจ่าย ภายในสิบสี่วันนับวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก RS


7. การส่งต่อความเสี่ยงและทรัพย์สิน

ความเสี่ยงที่อาจเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายต่อสินค้าจะส่งต่อไปยังลูกค้า ณ วันที่ส่งมอบ ในขณะที่สิทธิความเป็นเจ้าของในสินค้าจะยังคงเป็นของบริษัทฯ จนกว่า RS จะได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากลูกค้าอย่างครบถ้วนซึ่งในระหว่างนั้น RS มีสิทธิที่จะเรียกคืนสินค้าทั้งหมดหากลูกค้าชำระเงินไม่ว่าจำนวนเท่าใดให้กับ RS ล่าช้ากว่าที่กำหนด ทั้งนี้ ลูกค้ายินยอมให้ RS และตัวแทนของ RS ในการเข้าไปยังสถานประกอบการใดๆของลูกค้าและเก็บสินค้าคืนอันเนื่องมาจาก เหตุดังกล่าวข้างต้น

8. ข้อมูลสินค้าและปริมาณสินค้าที่มีอยู่

RS ขอสงวนสิทธิที่จะยุติการจัดหาสินค้าใดๆ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสินค้าได้ทุกเมื่อ ข้อมูลรายละเอียดใดๆ ในแคตตาล็อกไม่ถือเป็นการนำเสนอถิ่นกำเนิด แหล่งผลิตหรือกระบวนการผลิตของสินค้าใดๆ หรือชิ้นส่วนใดๆ ของสินค้าดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่าจะมีการยืนยันไว้แล้ว

9. การรับประกัน

9.1 ในกรณีของสินค้า: RS ขอรับประกันว่าหากสินค้าชิ้นใดมีความบกพร่อง RS จะจัดหาสินค้ามาทดแทนหรือดำเนินการซ่อมแซมสินค้าที่เสียหายให้หรือคืนเงินตามราคาที่ได้ตกลงซื้อ-ขายไว้ โดยเป็นไปตามดุลยพินิจของ RS ทั้งนี้ การรับประกันดังกล่าวจะมีผลก็ต่อเมื่อลูกค้าแจ้งและอ้างสิทธิดังกล่าวอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมายัง RS ภายใน 12 เดือน นับตั้งแต่วันส่งมอบสินค้า หรือมากกว่านั้นตามที่ RS ได้กำหนดขึ้นเป็นครั้งคราว สำหรับสินค้าบางประเภท
9.2 การรับประกันดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงความบกพร่องใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสม การไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้สินค้า หรือการซ่อมแซมหรือการดัดแปลงใดๆ โดยไม่ได้ความยินยอมจาก RS ทั้งนี้ ลูกค้าจะต้องจัดการกับสินค้าที่มีความบกพร่องตามคำแนะนำของ RS
9.3 ลูกค้าจะต้องติดต่อ RS เพื่อแจ้งให้ RS ทราบล่วงหน้าถึงการส่งคืนสินค้าใดๆ และได้รับจำนวนที่ส่งคืนโดยระบุในงานเอกสารทั้งหมด สินค้าที่ส่งคืนทั้งหมดจะต้องมีบันทึกกำกับด้วยโดยระบุหมายเลขใบเรียกเก็บเงินและลักษณะของความบกพร่องในกรณีที่ลูกค้าไม่ส่งคืนสินค้าตามที่ระบุไว้ในข้อ 9 RS อาจปฏิเสธที่จะรับสินค้าดังกล่าวและส่งกลับไปยังลูกค้าโดยลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเอง
9.4 สินค้าที่ RS จัดหามาทดแทนสินค้าบกพร่องนั้น ถือเป็นทรัพย์สินของ RS กรรมสิทธิ์ในสินค้าทดแทนจะกลายเป็นของลูกค้าก็ต่อเมื่อ RS ได้จัดส่งสินค้าทดแทนดังกล่าวแก่ลูกค้าแล้ว ในการนี้ ระยะรับประกันสินค้าทดแทนจะเท่ากับระยะรับประกันที่เหลืออยู่ของสินค้าที่บกพร่อง
9.5 แนวทางการแก้ไขข้างต้นเป็นความรับผิดชอบของ RS เพียงผู้เดียว และเป็นแนวทางการแก้ไขเพียงประการเดียวสำหรับของลูกค้าหากเกิดการละเมิดข้อกำหนดด้านการรับประกัน รวมถึงการจัดหาสินค้าและ/หรือบริการขึ้น นอกเหนือจากข้อตกลงและเงื่อนไขที่ระบุไว้อย่างชัดแจ้งแล้ว แนวทางการแก้ไขดังกล่าวจะไม่ครอบคลุมเงื่อนไขและข้อตกลงโดยนัยทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดหาสินค้าและ/หรือบริการ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะเงื่อนไขโดยนัยในแง่ของความพึงพอใจด้านคุณภาพ คุณภาพด้านความสามารถจำหน่าย ความเหมาะสมกับจุดประสงค์การใช้งาน และการให้บริการด้วยความเอาใจใส่และทักษะที่เหมาะสม) ทั้งนี้ การยกเว้นดังกล่าวให้เป็นไปตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต นอกจากนี้ RS จะไม่รับผิดชอบต่อลูกค้าเมื่อเกิดความสูญเสีย ความเสียหาย หรือความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นจากการละเมิดการรับประกัน ตลอดจนเงื่อนไขและข้อตกลงที่ระบุโดยนัย หรือการละเมิดภาระหน้าที่อื่นใดจากการที่ RS ต้องดำเนินการทางกฎหมายหรือโดยความประมาทเลินเล่อ ลูกค้าต้องตระหนักว่าตนมีหน้าที่ตรวจสอบให้มั่นใจว่าสินค้าและบริการที่สั่งซื้อเหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานของตน


10. ข้อจำกัดในการใช้งาน

RS ไม่แนะนำหรือไม่อนุญาตให้ใช้สินค้าที่ RS จำหน่ายในการช่วยชีวิต ทำเป็นอวัยวะเทียมฝังในร่างกายในการศัลยกรรม ใช้ในนิวเคลียร์หรือเครื่องบิน หรือนำไปใช้ประโยชน์หรือใช้งานในลักษณะที่หากองค์ประกอบใดเพียง ชิ้นเดียวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน

11. ความรับผิดชอบ

11.1 RS ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ความสูญเสีย (ทั้งในทางตรง ทางอ้อม หรือเป็นผลที่ตามมา) ค่าใช้จ่าย ความรับผิด การสูญเสียกำไร ความสูญเสียทางธุรกิจหรือเศรษฐกิจ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อ ต้นทุน (รวมถึงต้นทุนทางกฎหมาย) การอ้างสิทธิ ความต้องการ การดำเนินการ การตัดสินหรืออื่นๆที่เป็นผลจากการที่ไม่สามารถให้คำแนะนำหรือข้อมูล หรือให้คำแนะนำหรือข้อมูลที่ผิด (รวมถึงการให้ข้อมูลผ่านทางสายด่วนเทคนิคของ RS) ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากความละเลยของบริษัทฯ หรือของพนักงาน ตัวแทน หรือผู้รับเหมารายย่อย
11.2 RS ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ความเสียหายในลักษณะที่เป็นค่าปรับ การสูญเสียรายได้ การสูญเสียกำไรหรือโอกาสทางธุรกิจในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ ความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือการสูญเสียคำสั่งซื้อ หรือข้อตกลงในการซื้อ-ขายสินค้า หรือผลที่ตามมาใดๆ หรือความสูญเสีย หรือความเสียหายในทางอ้อม โดยอาจเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับ
  (1) ข้อตกลงทั้งโดยแจ้งและโดยนัยของสัญญาระหว่าง RS และลูกค้า หรือของคำสั่งซื้อใดๆ ที่ RS ตกลงรับ
  (2) ภาระหน้าที่ใดๆ และไม่ว่าประเภทใดที่ RS จะต้องรับโดยเป็นผลมาจากการดำเนินการทางกฎหมาย หรือ
  (3) ความบกพร่องใดๆ ในสินค้าหรือบริการ
11.3 หากไม่คำนึงถึงข้อกำหนดของเงื่อนไขและข้อตกลงดังกล่าว ในกรณีที่มีความรับผิดชอบใดๆ ที่ RS จะต้องรับความรับผิดชอบของ RS ที่มีต่อลูกค้าซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับเงื่อนไขและข้อตกลง หรือคำสั่งซื้อใดๆ
ทั้งที่อยู่ในข้อตกลง การละเมิด หรือเป็นไปตามข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อของ
  (1) ข้อตกลงในสัญญาทั้งโดยแจ้งหรือโดยนัยระหว่าง RS และลูกค้า หรือในคำสั่งซื้อที่ RS ตกลงรับ
  (2) ภาระหน้าที่ใดๆ และไม่ว่าประเภทใดที่ RS จะต้องรับโดยเป็นผลมาจากการดำเนินการทางกฎหมาย หรือ
  (3) ความบกพร่องใดๆ ในสินค้าหรือบริการนั้นตามมูลค่ารวมของการสั่งซื้อครั้งนั้น


12. การยกเลิกและการส่งคืนสินค้า

12.1 หลังจาก RS ตกลงรับคำสั่งซื้อสินค้าแล้วลูกค้าจะไม่สามารถยกเลิกคำสั่งซื้อนั้นได้ ทั้งนี้ RS อาจพิจารณา
ให้ลูกค้าสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ RS และการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับ RS จากลูกค้า หากลูกค้ายกเลิกเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของคำสั่งซื้อ RS อาจเรียกเก็บเงินจากลูกค้าในกรณีที่มีค่าส่วนต่างเกิดขึ้นจากราคาต่อหน่วยที่คิดตามจำนวนที่ส่งมอบจริงก่อนยกเลิกกับจำนวนที่สั่งซื้อ
12.2 ลูกค้าสามารถส่งคืนสินค้ามายัง RS และรับเครดิตหรือเงินคืนได้โดยเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
  (1) ลูกค้าจะต้องติดต่อมายัง RS เป็นการล่วงหน้าและต้องได้รับความยินยอมจาก RS ตลอดจนรับหมายเลขการส่งคืนสินค้า ซึ่งจะนำไประบุในเอกสารทั้งหมดสำหรับการส่งคืนสินค้า (ถ้ามี)
  (2) ลูกค้าจะต้องส่งคืนสินค้าภายใน 30 วันนับจากวันส่งสินด้า (ดังระบุในเอกสารจัดส่ง) ในกรณีทีลูกค้าส่งคืนสินค้าหลังจากเวลาที่กำหนดข้างต้น โปรดดูข้อ 12.4 นอกจากนี้ สินค้าที่ส่งคืนมายัง RS จะต้องอยูในสภาพเดิม ยังมีมีการเปิดบรรจุภัณฑ์ และสามารถนำไปจำหน่ายต่อได้ทันที และ
  (3) สินค้าที่ส่งคืนจะต้องได้รับการบรรจุเป็นอย่างดีโดยลูกค้าเป็นผู้จ่ายค่าขนส่งทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางและจ่าหน้าอย่างชัดเจนมายัง บริษัท อาร์เอส คอมโพเน็นส์ จำกัด เลขที่ 209/1 อาคารเค ทาวเวอร์ บี ยูนิต 1-2 ชั้น 18 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) คลองเตยเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
12.3 สำหรับสินค้าที่ส่งคืนภายใน 30 วันนับจากวันส่งสินค้า RS จะจ่ายค่าสินค้าที่รับคืนให้ตามมูลค่าในใบเรียกเก็บเงิน โดยคิดค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับไปยังคลังสินค้าในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าในใบเรียกเก็บเงินหรือ 10 เหรียญสหรัฐ แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ในกรณีที่ลูกค้าส่งคืนสินค้า 30 วันหรือหลังจาก 30 วันนับจากวันส่งสินค้า จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก RS ก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบ RS จะคิดค่าธรรมเนียมการนำสินค้ากลับไปยังคลังสินค้าในอัตราร้อยละ 30 ของมูลค่าในใบเรียกเก็บเงิน หรือ 15 เหรียญสหรัฐ แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่าหากไม่เป็นไปตามนี้ RS จะปฏิเสธไม่ยอมรับสินค้าและส่งสินค้าคืนให้แก่ลูกค้า โดยลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง
12.4 นโยบายรับคืนสินค้านี้ไม่รวมสินค้าประเภทดีวีดี เทปวิดีโอ หนังสือ ซอฟต์แวร์ สินค้าที่ต้องปรับเทียบมาตรฐานสินค้าที่ไม่อยู่ในแคตตาล็อก สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา และสินค้าที่มีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ในการผลิต และไม่รวม สินค้าที่ไม่ตรงตามเงื่อนไขในข้อ 12.2.(2) นอกจากนี้ RS จะไม่ยอมรับสินค้าประเภทอุปกรณ์ที่อ่อนไหวต่อไฟฟ้าสถิตย์ซึ่งถุงป้องกันไฟฟ้าสถิตเดิมของ RS อยู่ในสภาพด้อยลง เช่น ถูกเปิดออกและปิดผนึกเข้าไปใหม่ หรือเย็บถุงหลายชั้นด้วยลวดเย็บกระดาษ เป็นต้น


13. สิทธิในแคตตาล็อก

ลูกค้ารับทราบว่า RS และเจ้าของเทคโนโลยีเป็นผู้ครอบครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่ปรากฏในแคตตาล็อก ตลอดจนเนื้อหาสาระในแคตตาล็อกและหมายเลขกำกับสินค้า รวมทั้งรับทราบว่า RS ไม่อนุญาตให้ทำสำเนาทั้งหมดหรือบางส่วนหากไม่ได้รับอนุญาตจาก RS อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน


14. เหตุสุดวิสัย

เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุการณ์ที่อยู๋นอกเหนือการควบคุมของ RS ได้แก่ การประท้วง จราจรติดขัด การหยุดทำงานของบริษัทคู่ค้า หรือการที่ RS ไม่สามารถจัดหาบริการ หรือ วัสดุสิ่งอื่นใดเพื่อให้สามารถปฎิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้กับลูกค้าได้ เว้นเสียแต่ว่า จะยอมรับในราคาที่สูงขึ้น หาก RS ถูกกีดกันหรือจำกัดจนไม่สามารถดำเนินการตามภาระหน้าที่ได้ทั้งหมดหรือข้อใดข้อหนึ่งอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยใดๆ RS จะได้รับการผ่อนผันจากภาระหน้าที่ ในช่วงระหว่างที่เหตุการณ์นั้นยังคงดำเนินอยู่ และไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าใดๆ และ/หรือการที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่ข้อตกลงที่กำหนดไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว หากเหตุสุดวิสัยดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเกินกว่า 14 วัน RS อาจยกเลิกรายการสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หรืออาจยกเลิกเงื่อนไขและข้อตกลงทั้งหมดหรือบางส่วนโดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกค้า

15. การปฏิบัติตามกฎหมาย

15.1 ลูกค้าจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าและการจำหน่าย การทำฉลากและการจัดเก็บสินค้าในสถานที่ที่ลูกค้าและสินค้ามีอยู่ตามข้อกำหนดของกฎหมาย และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับ RS หากเกิดการกระทำ การอ้างสิทธิ ต้นทุน ความต้องการและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ RS ต้องรับภาระหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อ RS โดยเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าละเมิดสัญญาในข้อ 16.1 นี้
15.2 ลูกค้าจะต้องไม่จำหน่ายสินค้าใก้กับผู้ซื้อหรือผู้ที่จะจัดหาสินค้าดังกล่าวให้กับผู้หนึ่งผู้ใดโดยที่ทราบดีว่าผู้นั้นมีชื่ออยู่ในรายการ US Denials List หรือรายชื่อผู้ที่ถูกห้ามมิให้ทำการค้าระหว่างประเทศหรือผู้ที่ถูกลงโทษจากการกระทำความผิด นอกจากนี้ ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับทั้งหมดที่ใช้ในการควบคุมการส่งออก การส่งสินค้ากลับไปขายยังต่างประเทศ การลงโทษ การห้ามมิให้ทำการค้าระหว่างประเทศ และบุคคลที่ถูกปฏิเสธ และจะต้องปฏิบัติตามนโยบายของ RS ที่ใช้บังคับในแต่ละช่วงเวลา (หากมีความขัดแย้ง ระหว่างระเบียบข้อบังคับหรือนโยบายใด ให้ยึดถือตามข้อบังคับในการควบคุมการส่งออกเป็นที่สุด) ลูกค้ารับทราบว่าในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่นหรือเขตอำนาจการบังคับกฎหมายอื่น ถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าเพียงผู้เดียวในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกค้าได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ เกี่ยวข้องทั้งหมด ในการนี้ ลูกค้าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับ RS หากเกิดการกระทำ การอ้างสิทธิ ต้นทุน ความต้องการ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ RS ต้องรับภาระหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อ RS โดยเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าละเมิดสัญญาในข้อ 15.2 นี้

16. การปฏิบัติตามกฎหมาย

ลูกค้า (และผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นที่กำลังซื้อสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับสัญญานี้) จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนดว่าด้วยการต่อต้านการติดสินบนและการต่อต้านการทุจริตทั้งหมด รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการติดสินบนของสหราชอาณาจักรปี ค.ศ. 2012 (ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง) และต้อง
(i) ไม่ชี้นำให้พนักงาน ตัวแทน หรือผู้รับเหมาช่วงของ RS มอบหรือเสนอผลประโยชน์แก่ลูกค้า ตลอดจนระงับหรืองดเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อแลกกับของขวัญ เงินตรา หรือสิ่งจูงใดอื่นใด
(ii) ไม่ดำเนินการหรือละเว้นไม่ดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลหรือทำให้ RS ฝ่าฝืนข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
(iii) รายงานให้ RS ทราบโดยทันทีเมื่อมีการเรียกร้องหรือความต้องการผลประโยชน์เป็นตัวเงินหรือผลประโยชน์รูปแบบอื่นใดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งลูกค้าได้รับจากการปฏิบัติตามสัญญานี้
(iv) กำหนดและเก็บรักษานโยบายและขั้นตอนปฏิบัติของตนตลอดระยะสัญญาที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ขั้นตอนปฏิบัติที่เหมาะสมในการกำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ จะต้องส่งสำเนาเอกสารนโยบายดังกล่าวแก่ RS หรืออนุญาตให้ RS ตรวจสอบนโยบายดังกล่าว เมื่อร้องขอ
ลูกค้าทราบว่าพนักงานของ RS ไม่ได้รับอนุญาตให้
(v) รับของขวัญที่มีราคาสูง เงินกู้ ความบันเทิงที่ไม่เหมาะสม หรือของกำนัลราคาแพงจากบริษัทหรือบุคคลที่ทำธุรกิจกับ RS หรือหาหนทางที่จะทำเช่นนั้น
(vi) เรียกร้องของขวัญหรือของกำนัลอื่นใดจากบริษัทหรือบุคคลที่ทำธุรกิจกับ RS หรือหาหนทางที่จะทำเช่นนั้น
กิจกรรมความบันเทิงที่ยอมรับได้คือกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อทำการธุรกิจอย่างยุติธรรมและต้องมีลักษณะสมเหตุผล โดยที่พนักงาน ตัวแทน หรือผู้รับเหมาของ RS สามารถตอบแทนให้ได้ ข้อจำกัดด้านการเงินสำหรับของขวัญหรือความบันเทิงระบุไว้ในนโยบายว่าด้วยการต่อต้านการติดสินบนของ RS ซึ่ง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ การละเมิดข้อกำหนดในข้อ 17 ถือเป็นการละเมิดสัญญาอย่างสำคัญและไม่สามารถแก้ไขเยียวยาได้


17. การปกป้องข้อมูลและข้อมูลของลูกค้า

17.1 เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทระหว่างประเทศ หน่วยงานใดๆ ในกลุ่มบริษัทอาจจะเก็บรักษาและนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานไปใช้เพื่อประโยชน์ในการมอบสินค้าและบริการแก่ลูกค้า นอกจากนี้ RS ยังอาจเปิด เผยข้อมูลของลูกค้าและพนักงานแก่องค์กรที่ทำงานแทน RS ซึ่งอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วโลก (เช่น หน่วยงานอ้างอิงเครดิตสำนักงานไปรษณีย์ และศูนย์ให้ข้อมูลคอลเซนเตอร์ เป็นต้น) เพื่อประโยชน์ในการส่งมอบสินค้าและบริการตามใบสั่งซื้ออย่างถูกต้องและการปฏิบัติหน้าที่ของ RS ตามข้อตกลงและเงื่อนไขการขาย
17.2

อาจส่งรายละเอียดสินค้าและบริการของกลุ่มบริษัทที่ลูกค้าอาจสนใจให้แก่ลูกค้าและพนักงานของตน ในกรณีที่ลูกค้าหรือพนักงานไม่ต้องการรับรายละเอียดข้อเสนอดังกล่าวอีกต่อไป ควรติดต่อฝ่ายการตลาดของ RS โดยทำหนังสือแจ้งส่งไปที่ บริษัท อาร์เอส คอมโพเน็นส์ จำกัด เลขที่ 209/1 อาคารเคทาวเวอร์ บี, ชั้น 18, ห้องที่ 1-2,ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก), แขวงคลองเตยเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพ 10110 หรือส่งทางแฟกซ์ที่หมายเลข +66 2664 4228 หรือทางโทรศัพท์ที่หมายเลข +66 2 648 6868 หรือทางอีเมล marketing.TH@rs-components.com

17.3 ลูกค้าอนุญาตให้ RS นำชื่อของลูกค้าไปใช้โดยการเปิดเผยชื่อของลูกค้าแก่ผู้จัดหาสินค้าหรือบริการของ RS เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวิจัยและการกำหนดค่านายหน้า.


18. กฎหมายและอำนาจตัดสินคดี

ข้อตกลงระหว่าง RS และลูกค้าที่ใช้ในการสั่งซื้อของลูกค้าในแต่ละครั้ง จะอยู่ภายใต้ข้อบังคับ และตีความตามกฎหมายไทย และลูกค้าตกลงให้อำนาจตัดสินอยู่ภายใต้บังคับของศาลไทย แต่ RS จะใช้ข้อตกลงฉบับนี้ต่อศาลใดๆ ที่มีอำนาจตัดสินคดี

 

RS Components Co., Ltd. 209/1 K Tower B, 18th Floor, Unit 1- 2, Sukhumvit 21 Road (Asoke), Klongtoey Nua, Wattana, Bangkok 10110
RS ออนไลน์ สายด่วน: +66 2 648 6868 หรือ onlinehelp.TH@rs-components.com (8.30 น. - 17.30 น. วันจันทร์ – วันศุกร์)